Custom Search
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นมสด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นมสด แสดงบทความทั้งหมด

“ดื่มนมกันเถอะ” ช่วยให้ผอมได้


นมเป็นแหล่งอาหารที่ให้แร่ธาตุแคลเซียมที่สำคัญและจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็กโดยเฉพาะในส่วนที่เป็นกระดูกและฟันการดื่มนมร่วมไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยสร้าง และสะสมความหนาแน่นของมวลกระดูก ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนมนระยะยาว การดื่มนมร่วมไปกับการออกกำลังกายช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตแนวความยาว ส่งผลต่อความสูงของเด็ก

เด็กวัยเรียนและวัยรุ่น ควรดื่มนมวันละ 2-3 แก้ว ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุควรดื่มนมพร่องมันเนยวันละ 1-2 แก้ว

แต่นมชนิดใดกันที่ดื่มและมีประโยชน์สูงสุด ก็ต้องตอบว่านมสดแท้ 100% เพราะเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็ก

นมสดแท้ 100% คือ นมสดแท้พร้อมดื่มที่ไม่มีการเติมสี เติมน้ำตาลหรือเติมสารให้รสชาติอื่นใด มี 2 ชนิดคือ นมสดจากนมแม่และนมวัวสดแท้รสธรรมชาติ หรือนมสดรสจืด นมสดแท้ 100% 1 แก้ว(200 มล.) มีสารอาหารที่สำคัญหลายชนิด ได้แก่

*โปรตีนประมาณร้อยละ 17-22 ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับในวัน 1 วัน

*ไขมัน ร้อยละ 12 ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน

ไขมันในนม มีส่วนประกอบหลายอย่าง สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่อหัวใจได้ สำหรับนมพร่องมันเนยจะมีไขมันน้อยกว่า 1 ใน 3 ของนมพร้อมดื่มปกติ จึงเหมาะกับผู้สูงอายุและผู้มีมีปัญหาไขมันในเลือดสูง

*น้ำตาลธรรมชาติที่มีอยู่ในนมสดแท้ 100% คือ น้ำตาลแลคโตส ช่วยดูดซึมแร่ธาตุแคลเซียมและเมื่อถูกย่อยจะเปลี่ยนน้ำตาลกลูวัสและกาแลคโตส ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาเยื่อหุ้มสมองและเยื่อหุ้มประสาท

-น้ำนมแม่มีน้ำตาลแลคโตสอยู่ร้อยละ 7

-นมวัวสดแท้มีน้ำตาลแลคโตสอยู่ร้อยละ 5

*วิตามินเอประมาณร้อยละ 10 ของปริมาณที่ร่างควรได้รับในวัน 1 วัน ช่วยการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ การมองเห็น และ เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายด้วย

*วิตามินบี 2 ประมาณ 1 ใน 4 ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับใน 1 วัน ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก และกระตุ้นให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ

*แคลเซียมและฟอสฟอรัส ประมาณร้อยละ 30 ของปริมาณที่ร่างควรได้รับใน 1 วัน


เชื่อหรือไม่ ผอมได้!....ด้วยนมสดแท้ 100%
นอกจากแคลเซียมจะช่วยสร้างกระดูกและฟันแล้ว ยังช่วยลดการสะสมของไขมันในร่างกายโดยมีบทบาทต่อการลดน้ำหนักอีกด้วยเมื่อดื่มนมควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย

-การศึกษาติดตามเด็กจำนวน 99 คน เป็นเวลา 12 ปี พบว่า ผู้ที่บริโภคนมน้อยจะมีค่าดัชนีมวลภายเพิ่มมากขึ้น และการศึกษาติดตามเด็ก 52 คนตั้งแต่อายุ 2 เดือนถึงอายุ 8 ปี พบว่า เด็กที่ได้รับอาหารที่เค้กแคลเซียมสูง เช่น นมสดแม้ จะมีไขมันสะสมในร่างกายน้อย

-จากการศึกษาที่ Quebec (Quebec Family Study) พบว่า หลังจากที่มีการเพิ่มการบริโภคนมไขมันต่ำหรือนมปราศจากไขมันร่วมกับการบริโภคผลไม้เป็นเวลา 6 ปี กลุ่มอาสาสมัครไม่มีการเพิ่มของน้ำหนักและการสะสมของไขมันเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้บริโภคอาหารแบบนี้

การศึกษาโดยความร่วมมือของศูนย์การแพทย์ 6 แห่งในอเมริกา(Heritage Family Study)ในผู้ชาย 362 คนและหญิง 462 คนพบว่า ผู้ที่บริโภคแคลเซียมต่ำจะมีปริมาณไขมันในร่างกายสูงโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องของผู้ชายและผู้หญิงผิวขาว

ข้อมูลเหล่านี้ ยืนยันได้ว่า การบริโภคนมสดแท้เป็นประจำ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการลดน้ำหนัก


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก www.thaihealth.or.th

ดื่มนมอย่างไรไม่ให้ท้องเสีย


หลายคนอาจประสบปัญหาดื่มนมแล้วท้องเสีย ทั้งๆที่อยากดื่มนมเนื่องจากนมมีประโยชน์หลายอย่างกับร่างกาย ดังนั้นถ้ารู้วิธีที่ดื่มนมแล้วท้องไม่เสียก็คงจะดี

ผู้ที่เกิดอาการท้องเดินหรือแน่นท้องจากการดื่มนมในขณะท้องว่าง ควรดื่มหลังมื้ออาหาร หรือรับประทานอาหารว่างไปกับการดื่มนมเพราะแก๊สที่เกิดขึ้นจะไม่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันจำนวนมากจนเกิดอาการไม่สบายในท้องอีก ถ้าหากยังมีปัญหาอยู่อาจจะรับประทานเป็นโยเกิร์ตแทน เพราะในขั้นตอนการผลิตได้ใส่เชื้อจุลินทรีย์ลงไปย่อยน้ำตาลนมไปเรียบร้อยแล้ว แต่ท่านก็ต้องจ่ายแพงขึ้น หากค่อย ๆ ปรับตัวดื่มนมสดได้ย่อมเป็นการดีที่สุด


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://board.palungjit.com

ประเภทของนม

หากแบ่งนมออกเป็นประเภท ตามกระบวนการผลิต อาจแบ่งได้เป็น 6 ประเภท ดังนี้

1.นมสด คือ นมธรรมชาติที่รีดมาจากแม่โค นำมาผลิตเป็นนมสดได้ 3 ชนิด คือ -นมสดธรรมดา -นมพร่องมันเนย -นมสดขาดมันเนย

2.นมผง คือ นมสดที่ทำให้น้ำระเหยไปจนเป็นผง มี 3 ชนิดเช่นกัน คือ นมผงธรรมดา หรือนมผงพร้อมมันเนย (Dry whole milk) นมผงพร่องมันเนย และนมผงขาดมันเนย (Skimmed milk)

3.นมข้น คือ นมสดที่ระเหยเอาน้ำบางส่วนออก จึงมีความเข้มข้นมากขึ้น และอาจมีการเติมน้ำตาล หรือไม่ก็ได้ มี 4 ชนิด คือ นมข้นไม่หวาน นมข้นหวาน นมข้นขาดมันเนยไม่หวาน และนมข้นขาดมันเนยชนิดหวานการทำให้นมข้นมีรสหวาน โดยการเติมน้ำตาล มักใช้ความเข้มข้นประมาณร้อยละ 45-50 เป็นความเข้มข้นที่ ช่วยเก็บรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน ไว้ได้นาน เพราะน้ำตาลช่วยเพิ่มความดันออสโมติก ทำให้จุลินทรีย์ไม่สามารถเจริญเติบโต จะเห็นได้ว่า นมข้นหวานเป็นนมที่มีปริมาณน้ำตาลสูงมาก และยิ่งถ้าเป็นนมข้นขาดมันเนยชนิดหวาน จะมีคุณค่าทางอาหารต่ำ มีน้ำตาลสูง จึงมีคุณค่าต่อเด็กน้อย และมีผลทำให้เกิดฟันผุได้ค่อนข้างมาก

4.นมคืนรูป คือ ผลิตภัณฑ์นมที่ได้จากการนำเอาส่วนประกอบ ของนมสด ซึ่งได้แยกออกแล้ว มาผสมกันขึ้นใหม่ มีลักษณะเช่นเดียวกับ นมสด หรือนมข้น มี 5 ชนิด คือ นมคืนรูปธรรมดา นมข้นคืนรูปไม่หวาน นมข้นคืนรูปหวาน นมข้นขาดมันเนยคืนรูปไม่หวาน นมแปลงไขมัน

5.นมปรุงแต่ง (Falvoured milk) คือ นมหรือนมผงที่ปรุงแต่งด้วยสี กลิ่น หรือรส ไม่ว่าจะมีการเติมวัตถุที่มีคุณค่า ทางอาหารอื่นใด หรือไม่ สิ่งที่นำมาปรุงแต่ง ต้องไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ นมปรุงแต่ง มี 2 ชนิด คือ ชนิดเหลว และชนิดแห้ง นมปรุงแต่งที่นิยมมีหลายชนิด เช่น -นมปรุงแต่งรสหวาน -นมปรุงแต่งชอกโกแลต ประกอบด้วยน้ำนมประมาณร้อยละ 94 น้ำตาลซูโครสร้อยละ 1 และผงโกโก้ร้อยละ 1 ผงโกโก้ทำให้การดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัสลดลง -นมปรุงแต่งกาแฟ ประกอบด้วย น้ำนมประมาณร้อยละ 94 น้ำตาลซูโครสร้อยละ 5 และผงกาแฟร้อยละ1 -นมปรุงแต่งรสสตอเบอรี่ ประกอบด้วย น้ำนมประมาณร้อยละ 95 น้ำตาลซูโครสร้อยละ 5 นมปรุงแต่งทุกชนิดมักเติมน้ำตาลซูโครส เพื่อช่วยเพิ่มรสหวาน แต่ละชนิดมีสักส่วนของน้ำตาลไม่เท่ากัน นมปรุงแต่งรสผลไม้ เช่น รสส้ม รสสตอเบอรี่ มักเติมน้ำตาลในปริมาณมากขึ้น เพื่อปรับรสเปรี้ยวให้กลมกล่อม 6.นมเปรี้ยว (Cultured milk) คือ นม หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากนม ที่หมักด้วยจุลินทรีย์ ที่ไม่ทำให้เกิดพิษ อาจเติมวัตถุอื่น ที่จำเป็นต่อหรรมวิธีการผลิต หรือปรุงแต่ง สี กลิ่น รส ด้วยก็ได้ นมเปรี้ยวเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการเปลี่ยนน้ำตาลในนมให้เป็นกรด และมักปรุงแต่งรส โดยเติมน้ำตาลซูโครสประมาณร้อยละ 15 นมเปรี้ยวบางชนิดมีนมขาดมันเนย เพียงร้อยละ 50 ส่วนประกอบที่เหลือเป็นน้ำตาล จึงมีคุณค่าทางอาหารน้อย ไม่เหมาะให้เด็กดื่ม เช่น ยาคูลท์ เป็นเครื่องดื่มที่ประกอบด้วยจุลิ-นทรีย์ที่เป็นมิตร

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://dek-d.com

นมเปรี้ยว


นมเปรี้ยวเกิดจากการหมักจุลินทรีย์ในนมจนเกิดรสเปรี้ยว อาจเติมสารปรุงแต่ง สี กลิ่น รส หรือ สารอย่างอื่นที่จำเป็นต่อกรรมวิธีการผลิต บางคนเข้าใจผิดว่านมเปรี้ยวกับนมบูดเหมือนกัน เพราะเห็นว่ามีรสเปรี้ยวเช่นเดียวกัน นมบูด เกิดจากเชื้อโรคที่กินไม่ได้ไปทำปฏิกิริยากับนม เมื่อกินนมบูดเข้าไป จะมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน เพราะอาหารเป็นพิษ จุลินทรีย์ในนมเปรี้ยวเป็นจุลินทรีย์ที่พบตามปกติในทางเดินอาหาร ไม่สร้างสารพิษ และไม่ทำให้เกิดโรค ได้แก่ จุลินทรีย์ในกลุ่มแลคโตบาซิลลัส เป็นจุลินทรีย์ในกลุ่มที่เรียกว่า โปรไบโอติคส์ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิต สามารถก่อประโยชน์ต่อร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่มันอาศัยอยู่โดยการปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกายของผู้บริโภค

ประโยชน์จากจุลินทรีย์ในนมเปรี้ยว
1. รักษาอาการท้องเสีย
ในลำไส้ของมนุษย์ประกอบด้วยจุลินทรีย์นานาชนิด บ้างก็เป็นประโยชน์ บางชนิดก็ให้โทษ สำหรับคนสุขภาพดี แข็งแรง จุลินทรีย์ทั้งหมดในร่างกายจะอยู่ในสภาพสมดุล นี่คือ ระบบนิเวศน์ของลำไส้ แต่วันใดก็ตามที่ระบบนิเวศน์ในร่างกายเสียสมดุล จุลินทรีย์ที่ดีมีจำนวนลดลง จุลินทรีย์ที่ให้โทษขยายจำนวนมากขึ้น จนมีจำนวนมากกว่าจุลินทรีย์ที่ดีก็จะทำให้เกิดอาการท้องเสียขึ้นมาได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ การดื่มนมเปรี้ยวที่เกิดจากกรรมวิธีการหมักจะเป็นนมเปรี้ยวที่มีทั้งกรดแลคติก และเชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่ในน้ำนมทุกครั้งที่เราทานนมเปรี้ยว เราไม่เพียงแต่ได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์เท่านั้น แต่เรายังได้รับจุลินทรีย์ที่ยังมีชิวิตจำนวนหนึ่งเข้าสู่ร่างกายด้วย จุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยปรับสภาพของลำไส้ให้กลับมาอยู่ในภาวะสมดุลอีกครั้งหนึ่ง และทำให้อาการท้องเสียนี้หายไปได้ และยังสามารถรักษาโรคท้องเดิน และแผลในกระเพาะอาหารได้ ซึ่งจุลินทรีย์ที่มีชิวิตนี้ คือ ตัวการสำคัญที่ทำให้นมเปรี้ยวมีคุณค่าต่อร่างกายต่างจากนมเปรี้ยวเทียมที่เติมกรดให้มีเพียงแต่รสเปรี้ยวเท่านั้น
2. ยกระดับภูมิคุ้มกันโรค
จุลินทรีย์ในนมเปรี้ยวไม่เพียงป้องกันและรักษาโรคได้ด้วยฤทธิ์เป็นยาฆ่าเชื้อเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สูงขึ้นด้วย และยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยเชื้อแลคโตบาซิลัสจะช่วยควบคุมปริมาณโคเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ นอกจากนี้เชื้อแลคโตบาซิลัสยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ โดยเชื้อแลคโตบาซิลัสสามารถจับกับสารก่อมะเร็ง จับกับโลหะหนัก และกรดน้ำดีซึ่งมีพิษ ยับยั้งกลุ่มแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างสารไนเตรทได้ (สารไนเตรทเป็นสารก่อมะเร็งตัวหนึ่ง) ช่วยเปลี่ยนสารฟลาโวนอยด์จากพืชให้เป็นสารต้านมะเร็ง)
3. ควบคุมจุลินทรีย์ในลำไส้และยับยั้งเชื้อโรคของอาหารเป็นพิษ
ในนมเปรี้ยวมีการสะสมของสารเมตาบอไลท์ที่จุลินทรีย์ที่ผลิตกรดแลคติกขับออกมา สารเหล่านี้มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการในลำไส้ได้หลายชนิด เช่น Salmonella และ E. coli ทำให้พวกจุลินทรีย์เหล่านี้ไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายเราได้ ดังนั้น เราควรจะรับประทานนมเปรี้ยวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีกลุ่มจุลินทรีย์ที่ดีอาศัยอยู่ภายในลำไส้
4. ช่วยให้ย่อยง่าย
จุลินทรีย์ในนมเปรี้ยว จะสร้างเอ็นไซม์ที่สามารถย่อยอาหารได้มากกว่าปกติ เช่น เอ็นไซม์ย่อยโปรตีน (Protease) จะช่วยให้การย่อยเคซีนซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีอยู่มากในนม ช่วยให้มีการหลั่งน้ำลายและเอ็นไซม์ในกระเพาะอาหารและตับอ่อนมากขึ้น ช่วยให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ดีขึ้น จุลินทรีย์เหล่านี้ยังสร้างเอ็นไซม์ย่อยน้ำตาลแลคโตส (B-galactosidase) ซึ่งสามารถเปลี่ยนน้ำตาลแลคโตส ซึ่งคนเราทั่วๆ ไปจะขาดเอ็นไซม์นี้ หลังจากหย่านม ทำให้บางคนเมื่อทานนมแล้วจะมีอาการท้องเสีย เนื่องจากน้ำตาลแลคโตสไม่ถูกย่อย แต่จุลินทรีย์ที่เติมลงในนมเปรี้ยวนี้จะไปช่วยย่อยน้ำตาลแลคโตส ทำให้ผู้บริโภคไม่เกิดอาการท้องเสีย นอกจากนี้จุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลคติกนี้ยังช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็กได้ดีขึ้น
5. เป็นแหล่งวิตามิน บี 1 และวิตามิน เค
แบคทีเรียในนมเปรี้ยวยังสามารถสังเคราะห์วิตามิน บี 1 (ไรโบฟลาวิน) และวิตามิน เค ในลำไส้ ซึ่งเป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย ป้องกันโรคเหน็บชา และช่วยในการแข็งตัวของเลือด


คำแนะนำในการบริโภคนมเปรี้ยว
การบริโภคนมเปรี้ยวจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่นมเปรี้ยวให้โทษได้เหมือนกัน ถ้าในกระบวนผลิตไม่ได้มาตรฐาน เกิดการปนเปื้อนจากเชื้อโรค และสารต่างๆ นอกจากนั้นการบริโภคให้หมดก่อนวันหมดอายุ หากเปิดภาชนะบรรจุแล้วบริโภคไม่หมดในวันเดียว ควรเก็บไว้ในตู้เย็น และปิดฝาให้มิดชิด การสังเกตลักษณะเป็นก้อนๆ ที่ก้นขวด หรือภาชนะบรรจุ ถ้าเป็นโยเกิร์ตจะต้องอยู่ในลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว กลิ่นและรส ไม่ผิดไปจากปกติ (ยกเว้นกลิ่นและรสที่ปรุงแต่งลงไป) บางคนทานนมเปรี้ยวเป็นอาหารหลัก เพื่อลดความอ้วน อาจได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน นอกจากนี้นมเปรี้ยวที่ผลิตจากนมสด และมีการปรุงแต่งด้วยน้ำตาล จะมีแคลอรี่สูงกว่านมสดรสธรรมชาติ คุณค่าทางโภชนาการของนมเปรี้ยว ขึ้นอยู่กับชนิดของนมที่นำมาใช้ และสารปรุงแต่งที่เติมลงไป ถ้าทำมาจากนมสดคุณค่าจะเท่ากับนมสด ถ้าทำมาจากหางนม ที่ได้สกัดไขมันออก จะมีคุณค่าทางโภชนาการน้อยลงไป ไม่ควรรับประทานนมเปรี้ยวเป็นอาหารหลัก แต่ควรรับประทานเป็นอาหารเสริม เพื่อการมีสุขภาพที่ดีของตัวท่านจึงจะถูกต้องเหมาะสม


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.dss.go.th

เคล็ดลับการดื่มนม


• ถ้าเราเกิดอาการท้องอืด หรือท้องเสียทุกครั้งที่ดื่มนมเพราะแพ้น้ำตาลแล็กโทสในนม สามารถแก้ไขได้โดย
1. ดื่มนมทีละแก้ว
2. ดื่มนมหลังอาหาร
3. ดื่มนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต ซึ่งวิธีที่ 1 และ 2 สามารถทดลองได้เลย ส่วนวิธีที่ 3 ควรลองรับประทานโยเกิร์ตชนิดครีมก่อนแต่ถ้าต้องการแคลเซียมที่เท่ากับนม 1 แก้ว ต้องรับประทาน 2 ถ้วย และหากอาการยังไม่ดีขึ้นให้เปลี่ยนมารับประทานโยเกิร์ตชนิดดื่ม ที่สำคัญต้องเลือกชนิดที่มีนมสดผสมอยู่มาก ๆ โดยอ่านจากฉลากก่อนทุกครั้ง
• นมเป็นแหล่งอาหารโปรตีนคุณภาพดีและแร่ธาตุแคลเซียม เด็กจึงควรดื่มนมวันละ 2-3 แก้ว ผู้ใหญ่ควรดื่มวันละ 1 แก้ว แต่ถ้ามีปัญหาไขมันสูงหรืออายุเกิน 40 ปี ควรดื่มนมพร่องมันเนย และผู้สูงอายุควรดื่มนมพร่องมันเนยหรือขาดมันเนยวันละ 1 แก้ว

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก www.formumandme.com